จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้มาจากแผนธุรกิจสำเร็จรูป
Outsourcify ไม่ได้เกิดจากแผนธุรกิจหรือแผนการบุกตลาดที่ถูกเตรียมการมาอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เกิดขึ้นจากจังหวะชีวิตและประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งทั้งสองคน ขวัญเพิ่งเดินทางกลับไทยหลังใช้ชีวิตที่บริสเบนมา 4 ปี ส่วนเบอนัวต์ก็เพิ่งลาออกจากงานที่ปรึกษาในฝรั่งเศสเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศไทย
เราพบกันเพราะงานซอฟต์แวร์
หลังจากกลับมาจากออสเตรเลีย ขวัญก็ได้งานทันทีที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง ในขณะที่เบอนัวต์ก็ทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเดียวกัน โดยเขากำลังพัฒนาระบบ CRM ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะสำหรับธุรกิจนั้น นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้รู้จักและทำงานร่วมกัน
ขวัญทำงานอยู่ที่บริษัทนั้นได้ไม่นานนัก ก่อนจะย้ายไปทำงานด้านการบริหารจัดการโปรเจกต์ในทีมไอทีของบริษัทโฆษณาออนไลน์แห่งหนึ่ง แม้เราจะไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ยังคงพัฒนาต่อไป และหลังจากคบหาดูใจกันได้ไม่ถึงปี เราก็ตัดสินใจเปิดบริษัทด้วยกัน
ก่อนจะย้ายมาไทย เบอนัวต์เรียนจบด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์และทำงานอยู่ที่ปารีส เขาเคยมีประสบการณ์ดูแลทีม Outsource ในอินเดีย โปแลนด์ และตูนิเซีย ทำให้เขามองเห็นทั้งข้อดีด้านการลดต้นทุน และปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อทีมงานขาดการสื่อสารที่ดี ขาดความรู้สึกเป็นเจ้าของผลงาน หรือความไม่เข้าใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทางภาษา

สิ่งที่เราสองคนเติมเต็มให้กัน
ขวัญเป็นคนไทยที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ สื่อสารได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ทำให้เข้าใจทั้งงานสายเทคนิค งานบริหาร และวิธีการทำงานร่วมกับองค์กรในประเทศไทย ช่วงแรกขวัญรับหน้าที่ดูแลงานหลังบ้านทั้งหมด ควบคู่ไปกับการเขียนโค้ดและทำเว็บไซต์จริงๆ ไปด้วย
ส่วนเบอนัวต์มีเครือข่ายลูกค้าในยุโรป และเข้าใจความคาดหวังของเอเจนซีต่างประเทศเป็นอย่างดี เราจึงวางรูปแบบบริษัทให้มีทีมเทคนิคประจำการอยู่ในประเทศไทย แต่สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง มีเวลาทำงานที่คาบเกี่ยวกับตลาดยุโรป และรับผิดชอบงานแบบครบวงจรโดยไม่ส่งต่องานทิ้งขว้างแบบไม่มีใครรับผิดชอบภาพรวม
ลูกค้ารุ่นแรกของเรามาจากฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เยอรมนี และสวีเดน ซึ่งความสัมพันธ์กับลูกค้าบางรายก็ยังคงเหนียวแน่นมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาสัดส่วนของลูกค้าที่ติดต่อเราโดยตรงเริ่มมีมากขึ้น แต่เราก็ยังคงรับงานแบบ White-label ให้กับเอเจนซีพันธมิตรอยู่เช่นเดิม
จากทีมพัฒนาเว็บสู่ซอฟต์แวร์เอเจนซีแบบครบวงจร
เราเริ่มต้นจากการทำ PHP และ WordPress แต่เมื่อโปรเจกต์เริ่มมีความซับซ้อนขึ้น ลูกค้าต้องการมากกว่าแค่คนเขียนโค้ด เราจึงเริ่มขยายทีม UX/UI เพิ่มบริการวิเคราะห์ความต้องการ (Requirement Analysis) รับทำแอปพลิเคชันมือถือ และบริการดูแลรักษาระบบหลังจากการเปิดใช้งานจริง
การได้รับการส่งเสริมจาก BOI ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยให้การจ้างผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติทำได้สะดวกขึ้นแล้ว ยังทำให้เราต้องวางแผนธุรกิจและแผนการจ้างงานในประเทศไทยให้ชัดเจน ปัจจุบัน ทีมงานของเราประมาณหนึ่งในสามเป็นชาวต่างชาติ ส่วนที่เหลือคือคนไทย และเราให้บริการทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ

ทำไมถึงต้องเป็นกรุงเทพฯ?
กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ทำให้เราเข้าถึงทั้งกลุ่มบัณฑิตไทยที่มีความสามารถ ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ และชุมชนคนสายเทคฯ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เมืองนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่นๆ ได้ง่าย และเอื้อต่อการสร้างทีมงานที่สามารถอยู่ดูแลโปรเจกต์กันไปได้ยาวๆ ไม่ใช่เป็นแค่กลุ่มผู้รับเหมาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกครั้งที่จบงาน
แนวคิดตั้งต้นของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการให้ทีมงานได้นั่งทำงานใกล้ชิดกัน สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง และมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงแค่ขอบเขตการทำงาน ที่ขยายจากทีมทำ PHP สำหรับเอเจนซีต่างชาติ มาสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมดูแลตั้งแต่ขั้นตอน Discovery, UX ไปจนถึงการพัฒนา การเปิดตัว และการดูแลระบบหลังบ้าน
ในตอนต่อไป เราจะมาเล่าถึง ความท้าทายในช่วงแรกเริ่ม และเหตุผลที่ทำให้เราต้องย้ายออฟฟิศจากหาดจอมเทียนเข้าสู่กรุงเทพฯ



